กระเบนราหู ปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ที่ใกล้สูญพันธุ์ 

by animalkingdom
189 views
กระเบนราหู

เมื่อพูดถึงกระเบน หลายคนอาจจะนึกถึงสัตว์ที่อาศัยอยู่ในทะเล รูปร่างลักษณะเป็นแผ่นแบนคล้ายกับยานอวกาศ แต่ความจริงแล้วมีบางสายพันธุ์เช่นเดียวกันที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืด อย่างเช่นกระเบนราหูที่เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกันในวันนี้ 

พวกเขาจัดเป็นปลาขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวน่าสนใจมากมาย แต่น่าเสียดายเหลือเกินที่พวกเขานั้นใกล้จะสูญพันธุ์หายไปจากธรรมชาติของเราเต็มที ด้วยเหตุนี้เราจึงอยากจะให้ทุกคนได้รู้จักกับพวกเขาให้มากขึ้น และตระหนักถึงความสำคัญของกระเบนราหู มาร่วมด้วยช่วยกันอนุรักษ์ให้พวกเขายังคงอยู่คู่กับธรรมชาติต่อไปอีกนาน ๆ

ติดตามเรื่องราวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เพิ่มเติมได้ที่นี่ 

ทำความรู้จักกับกระเบนราหู สัตว์ในน้ำจืดขนาดใหญ่จากยุคดึกดำบรรพ์ 

กระเบนราหู

เราสามารถเรียกได้อย่างเต็มปากได้เลยว่า กระเบนราหู เป็นสัตว์โบราณที่มีอายุเก่าแก่เป็นอย่างมาก ต้นกำเนิดของพวกเขานั้นต้องย้อนกลับไปหลายสิบล้านปีเลยทีเดียว พูดให้ถูกก็คือพวกเขาเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของไดโนเสาร์ สัตว์ขนาดใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยครองโลกแต่ปัจจุบันสูญพันธุ์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

ในขณะที่สัตว์น้ำสายพันธุ์นี้ยังคงฝ่าร้อนฝ่าหนาวและดำรงเผ่าพันธุ์มาได้จนถึงในปัจจุบัน ช่างน่าเสียดายเสียเหลือเกิน ที่พวกเขากลับต้องมาเสี่ยงสูญพันธุ์จากฝีมือมนุษย์อย่างเราเสียอย่างนั้น พวกเขาจัดเป็นปลาน้ำจืดสายพันธุ์กระเบนที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในโลก 

กระเบนราหูสามารถมีความกว้างของลำตัวได้ถึง 3 เมตรเลยทีเดียว ความยาววัดตั้งแต่หัวไปจนถึงปลายหางอยู่ที่ 5 เมตร ลำตัวเป็นสีน้ำตาลเทา ส่วนบริเวณท้องจะเป็นสีขาว ขอบตัวเป็นสีน้ำตาลเข้มเช่นเดียวกับหาง ตามสถิติที่เคยบันทึกไว้ ตัวที่มีน้ำหนักสูงสุดที่เคยพบคือ 600 กิโลกรัม ดังนั้นพวกเขาจึงมีความใหญ่โตเทียบเท่ากับผ้าห่มของเตียงคิงไซส์เลยทีเดียว

ลักษณะลำตัวของพวกเขาจะแบนและเป็นวงกลมคล้ายกับยานอวกาศ หางพวกเขามีความยาว แหลมคมและแข็งแรงเป็นอย่างมาก ลักษณะจะคล้ายกับแส้ บริเวณโคนหางยังมีเงี่ยงแหลม 2 ชิ้นที่มีพิษร้ายแรง หากโดนพิษของพวกเขาไป มันจะเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อจนสามารถเสียชีวิตได้เลยทีเดียว 

กระเบนราหู

ในประเทศไทยของเราสามารถพบกระเบนราหูได้บริเวณโคลนทรายปากแม่น้ำ ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำโขง แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำเจ้าพระยา แต่บริเวณที่พบตัวใหญ่และประชากรหนาแน่นจะอยู่ในบริเวณแถบแม่น้ำแม่กลอง ประมาณ 20 กิโลเมตรก่อนที่น้ำในแม่น้ำจะไหลลงสู่ทะเลอ่าวไทย 

นอกจากสามารถพบได้ในประเทศไทยแล้วยังสามารถพบได้ในเกาะบอร์เนียวอีกด้วย ชื่อสามัญของพวกเขาคือ Himantura Chaophraya เป็นการตั้งชื่อเพื่อให้เกียรติสถานที่ที่ค้นพบพวกเขาได้เป็นครั้งแรกนั่นก็คือ ในแม่น้ำเจ้าพระยา 

ที่มาของชื่อราหูนั้น เกิดมาจากการที่พวกเขามีขนาดตัวใหญ่และเป็นทรงกลมคล้ายกับคติของคนโบราณอย่าง ราหูอมจันทร์ และยังเชื่อกันอีกด้วยว่าหากใครพบเห็นพวกเขาหรือแม้แต่ไปจับพวกเขา จะต้องเผชิญหน้ากับความโชคร้ายอย่างแน่นอน 

อาหารของกระเบนราหู ภัยทางอ้อมที่เกิดมาจากฝีมือของมนุษย์

กระเบนราหู

กระเบนราหูปัจจุบันถูกจัดให้เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ตาม IUCN เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยิ่งในประเทศไทยยิ่งเรียกได้ว่าสถานะน่าเป็นห่วงมากที่สุด เพราะถูกจัดอยู่ในกลุ่มใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าในประเทศไทยของเราจะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพวกเขาตามธรรมชาติก็ตามที 

ส่วนปัญหาที่ทำให้พวกเขาต้องเสี่ยงสูญพันธุ์เหมือนในทุกวันนี้ มันเกิดมาจากภัยทางอ้อมที่เกิดมาจากฝีมือของมนุษย์อย่างเรานั่นเอง นั่นก็เป็นเพราะว่าอาหารของพวกเขาจะเป็นพวกปลาอย่างเช่น ปลาบู่หรือปลาช่อน บางตัวหากินสัตว์ที่อาศัยอยู่บริเวณผิวดินในพื้นน้ำ 

ดังนั้นหากน้ำมีตะกอนของเสียเป็นจำนวนมากหรือมีการปนเปื้อนสารพิษ สิ่งเหล่านี้ก็จะส่งผลกระทบต่อพวกเขาโดยตรง และการที่กระเบนราหูกำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ ส่วนหนึ่งก็เกิดมาจากการที่ประเทศไทยของเรา ไม่ได้ให้ความสำคัญในการดูแลความสะอาดและความเป็นอยู่ ของสัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำจืดเท่าที่ควร

เราไม่ค่อยได้มีการทำความสะอาดขุดลอกแม่น้ำคูคลองสักเท่าไหร่ น้ำเสียที่ไหลมาจากบ้านเรือนไม่ได้รับการบำบัดให้สะอาดก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ โรงแรมหรือโรงงานอุตสาหกรรมมีการปล่อยน้ำเสียลงสู่แม่น้ำในทันที 

ลำพังน้ำเสียธรรมดาที่เต็มไปด้วยความสกปรก ก็ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของพวกเขามากพออยู่แล้ว บางครั้งยังมีสารปนเปื้อนและขยะมากมายที่ถูกทิ้งลงไปในแม่น้ำ ยิ่งทำให้พวกเขาได้รับผลกระทบมากกว่าเดิม 

ในขณะเดียวกันปลาที่เป็นเหยื่อของพวกเขาก็ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน จนทำให้ระบบนิเวศน้ำจืดเกิดปัญหาแบบลูกโซ่ในที่สุด 

ย้อนรอยโศกนาฏกรรมการจากไปของกระเบนราหูในแม่น้ำแม่กลอง 

กระเบนราหู

ในปัจจุบันกระเบนราหูถูกจัดเป็นสัตว์คุ้มครองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากพวกเขามีสถานะที่เสี่ยงสูญพันธุ์เป็นอย่างมาก ประกอบกับการที่พวกเขาสามารถออกลูกเป็นตัวได้แค่ครั้งละ 2-3 ตัวเท่านั้น ยิ่งทำให้การขยายสายพันธุ์ของพวกเขาเป็นเรื่องยากมากขึ้นกว่าเดิม

เมื่อปี 2015 ช่วงเดือนกันยายนได้เกิดโศกนาฏกรรมกับพวกเขาขึ้น เมื่อบริเวณแม่น้ำแม่กลองที่อยู่ในเขตจังหวัดสมุทรสงคราม พบว่ามีพวกเขาตายและลอยตามน้ำขึ้นมาครั้งละตัว 2 ตัว จำนวนซากของพวกเขาที่ลอยน้ำขึ้นมาแบบไร้ชีวิตเพิ่มขึ้นทุกวัน จนผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่วันก็พบว่า 

มีพวกเขาลอยขึ้นมาตายเหนือน้ำเป็นจำนวนมากกว่า 50 ตัว แถมบางตัวยังมีขนาดใหญ่มากอีกด้วย ตัวที่ใหญ่ที่สุดพบว่าน้ำหนักสูงถึง 200 กิโลกรัมเลยทีเดียว ลำพังแค่การล่ากระเบนตัวเดียวก็นับว่าเป็นเรื่องใหญ่แล้ว แต่โศกนาฏกรรมในครั้งนี้กลับทำให้พวกเขาต้องจากไปทีเดียวถึง 50 ตัว 

นักวิชาการได้ประเมินความเสี่ยงในการสูญพันธุ์ของกระเบนราหู จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เอาไว้ว่า ปลาที่พบนั้นน่าจะเป็นเพียงจำนวนหนึ่งในสามจากจำนวนที่เสียชีวิตทั้งหมด นั่นก็คือหากในแม่น้ำภาคกลางของประเทศไทยมีประชากรพวกเขาไม่เกิน 200 ตัว เท่ากับว่าพวกเขาอาจตายจริง ๆ ไปถึง 150 ตัวเลยทีเดียว 

การตายหมู่ของกระเบนราหูในครั้งนี้ เทียบได้กับการที่เสือโคร่งในป่าห้วยขาแข้งจำนวน 50 ตัวถูกวางยาเบื่อจนตายพร้อมกันในคราวเดียว กรมควบคุมมลพิษจึงได้พยายามหาสาเหตุและออกมาเปิดเผยว่า เกิดปัญหาจากการปล่อยน้ำเสียของโรงงานราชบุรีเอทานอล ซึ่งมีสารแอมโมเนียที่ถูกปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติเป็นปริมาณที่สูงและเป็นพิษต่อกระเบนแบบเฉียบพลัน จนทำให้พวกเขาต้องเสียชีวิตลงในที่สุด 

นอกจากนี้ยังมีการตรวจพบสารไซยาไนด์ในเนื้อเยื่อของพวกเขาอีกด้วย นับเป็นภัยคุกคามที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าโรงงานดังกล่าวจะถูกปรับเงินไปเป็นจำนวน 400,000 บาท ซึ่งเป็นโทษสูงสุดตามกฎหมาย แต่มันก็ไม่ได้คุ้มค่ากับการจากไปของสัตว์ดึกดำบรรพ์ร่วม 50 ตัวอยู่ดี 

ติดตามเรื่องราวอื่น ๆ เกี่ยวกับสัตว์โลกแสนรู้ได้ที่ Animalkingdom.me

บทความที่เกี่ยวข้อง

Leave a Comment