นางเงือก สิ่งมีชีวิตสุดลึกลับในท้องทะเลที่ไม่มีใครรู้ว่ามีตัวตนจริงหรือไม่ 

by animalkingdom
413 views
นางเงือก

รู้หรือไม่ว่ามนุษย์เรานั้นสำรวจนอกอวกาศมากกว่าในทะเลเสียอีก ดังนั้นเราจึงไม่มีทางรู้เลยว่าจะมีสิ่งมีชีวิตอื่นใดที่อาศัยอยู่ใต้ท้องทะเลอีกบ้าง อย่างเช่น “นางเงือก” ที่มีความลึกลับซับซ้อนแถมยังมีเรื่องเล่ามากมายจากหลายภูมิภาคทั่วทั้งโลก มีทั้งแบบดีและแบบชั่วร้าย Animalkingdom จึงอยากจะพาทุกคนไปดูกันว่า ในแต่ละภูมิภาคมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับพวกเธออย่างไรบ้าง 

ติดตามเรื่องราวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เพิ่มเติมได้ที่นี่ 

ทำความรู้จักกับนางเงือก ในหลากหลายตำนานทั่วโลก

นางเงือก

นางเงือก เป็นหนึ่งในสัตว์ในตำนานที่กำลังถูกพูดถึงอย่างหนักในช่วงเวลานี้ โดยเฉพาะหลังจากที่ดิสนีย์เปิดตัวนักแสดงหลักของภาพยนตร์เรื่อง The Little Mermaid Life Action ที่เป็นนักแสดงสาวผิวสี จนทำให้เป็นที่ถกเถียงกันว่า ความจริงแล้วพวกเธอควรจะมีลักษณะอย่างไรกันแน่ 

แต่โดยทั่วไปแล้วเมอร์เมดจะเป็นอมนุษย์ที่มีร่างกายท่อนบนเป็นมนุษย์ส่วนท่อนล่างเป็นปลา ส่วนใหญ่แล้วจะปรากฏเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ไม่เพียงเท่านั้นยังดูเหมือนจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับสัตว์วิเศษอย่างไซเรน ซึ่งเป็นปีศาจทะเลที่สามารถหลอกล่อให้คนเดินเรือไปติดกับ จนเรือล่มมาแล้วนักต่อนักอีกต่างหาก 

พวกเขานั้นได้รับการขนานนามว่าเป็นพรหมจารีแห่งท้องทะเล เนื่องจากมีความสวยงาม กระจกของพวกเธอนั้นเป็นตัวแทนวงพระจันทร์ ผมที่ยาวสลวยเป็นสาหร่ายทะเล และยังมีอีกหนึ่งทฤษฎีที่กล่าวว่า กะลาสีเรือผู้ชายที่ออกเดินทางเป็นเวลานานไม่เคยเห็นผู้หญิงเลยก็เกิดภาพหลอนขึ้นมา เป็นเพียงจินตนาการที่เกิดขึ้นจากความคิดถึงครอบครัวหรือคนรัก 

ตามตำนานกรีกเล่าว่า นางเงือกนั้นมีต้นตระกูลเป็นไตรตอน ลูกของเทพเจ้าแห่งท้องทะเลอย่างโพไซดอนและพรายน้ำสาว ดังนั้นผู้คนจึงจินตนาการว่า เขาจะต้องมีหางเป็นปลาและมีหนวดเครายาวเฟื้อย มีความทรงอำนาจเหมือนกับพ่อ 

อาศัยอยู่ในปราสาททองคำซุกซ่อนตัวอยู่ใต้ท้องทะเลลึกที่มืดมิด มีอาวุธเป็นตรีศูล ทำหน้าที่เป่าแตรหอยสังข์เพื่อให้ทะเลสงบสุข จึงมีสมญานามที่ถูกเรียกขานกันว่า นักเป่าแตรแห่งท้องทะเล หรือหากจะอธิบายให้เห็นภาพได้อย่างชัดเจนก็คือ พ่อของแอเรียลในภาพยนตร์เรื่อง The Little Mermaid นั่นเอง 

นางเงือก

หลังจากที่ศาสนาคริสต์ถูกก่อตั้งขึ้นมา ตำนานความเชื่อของนางเงือกก็ได้เปลี่ยนไปตามความเชื่อของศาสนาคริสต์ โดยเชื่อว่าพวกเธอนั้นมีทั้งชีวิตจิตใจและวิญญาณ แต่ต้องสัญญาว่าจะอาศัยอยู่บนบกและไม่กลับลงสู่ท้องทะเลอีกต่อไป เป็นเรื่องที่ความจริงแล้วเป็นไปไม่ได้ มันจึงสร้างความทุกข์ทรมานให้กับพวกเธอเป็นอย่างยิ่ง 

นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าในศาสนาคริสต์ว่า พวกเธอได้ขึ้นไปเยี่ยมนักบวชรูปหนึ่งในสถานที่เคารพสักการะบนเกาะไอโอนา เธอได้ร้องขอชีวิตจิตใจรวมไปถึงวิญญาณ นักบวชจึงสวดมนต์ให้กับเธอแต่เธอจะต้องละทิ้งท้องทะเล แต่เธอนั้นไม่สามารถทอดทิ้งทะเลได้ ดังนั้นเธอจึงจากไปพร้อมกับน้ำตาที่กลายมาเป็นก้อนกรวดสีเขียวเทา ที่กระจายอยู่ทั่วทั้งเกาะจนถึงในปัจจุบัน 

นางเงือก

นอกจากศาสนาคริสต์และตำนานกรีกแล้ว ก็ยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับนางเงือกในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย โดยกล่าวว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งที่ช่วยเงือกบนชายหาดเอาไว้ เงือกรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณเป็นอย่างมากจึงมอบเนื้อให้กับเธอและบอกว่า เป็นของวิเศษที่อยากกินเข้าไปก็จะไม่แก่เฒ่า หลังจากที่เธอกินเข้าไปมันก็เป็นจริงตามนั้น เธอมีชีวิตอมตะไม่มีวันแก่ แต่เธอก็พบว่าคนรอบข้างของเธอต่างตายจากโลกใบนี้ไปตามอายุขัย ทำให้เธอที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวทนไม่ไหวและตัดสินใจไปบวชชีโดยใช้ชื่อว่าเบคุนิที่หลายคนคุ้นหู นั่นเอง 

หากเปรียบเทียบระหว่างเงือกและไซเรนแล้วดูเหมือนว่า พวกเธอนั้นจะเป็นสัตว์ใต้ทะเลที่ดูเป็นมิตรมากกว่า แถมยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าสงสารอีกด้วย เพราะถึงแม้ว่าพวกเธอจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขใต้ท้องทะเล แต่ความปรารถนาที่พวกเธอต้องการจะมีชีวิตจิตใจ โดยแลกกับการต้องละทิ้งท้องทะเล ก็ทำให้พวกเธอต้องทุกข์ทนทรมานและเจ็บปวดเช่นเดียวกัน 

ตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวกับนางเงือกในประเทศไทย

นางเงือก

นางเงือก เป็นสัตว์ลึกลับที่ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขามีตัวตนจริงหรือไม่ และเป็นเพียงแค่เรื่องเล่าปรัมปราเท่านั้น ฟังดูเหมือนไกลตัวแต่ความจริงแล้ว ประเทศไทยของเราก็เคยมีตำนานความเชื่อเกี่ยวกับพวกเธอด้วยเช่นเดียวกัน ในวรรณคดีไทยหลายเรื่องได้กล่าวถึงพวกเธอ แต่ที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายนั้นจะเป็นเรื่องพระอภัยมณีของสุนทรภู่ 

โดยกล่าวว่า พวกเธอมีท่อนบนเป็นมนุษย์และท่อนล่างเป็นปลา เป็นผู้ที่พาพระอภัยมณีหนีออกห่างจากผีเสื้อสมุทรมายังเกาะแก้วพิสดาร นอกจากนี้ยังปรากฏตัวในวรรณกรรมเรื่องรามเกียรติ์เป็นนางสุพรรณมัจฉา ผู้เป็นธิดาของทศกัณฐ์และนางปลา มีรูปร่างท่อนบนเป็นมนุษย์หญิงสาวที่งดงามแต่ท่อนล่างเป็นปลา 

เธอนั้นนำเอาสัตว์น้ำผู้เป็นบริวารไปขนย้ายหิน ที่กองทัพวานรของพระรามถมลงทะเล เพื่อทำสะพานตามคำสั่งของผู้เป็นพ่อ แต่หนุมานทหารเอกของพระรามสามารถจับตัวเธอได้และตกหลุมรักกัน ก่อนจะมีบุตรด้วยกันคนหนึ่งโดยมีชื่อว่า มัจฉานุ กายด้านบนเป็นลิงเผือกเหมือนกับพ่อและมีหางเป็นปลาเหมือนกับแม่ เป็นเรื่องเล่าทั่วไปที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อเหมือนกับในประเทศอื่นสักเท่าไหร่

บทความที่เกี่ยวข้อง

Leave a Comment