เต่าตนุ เต่าทะเลตัวใหญ่ที่สามารถมีน้ำหนักได้สูงสุดถึง 130 กิโลกรัม 

by animalkingdom
125 views
เต่าตนุ

ในตอนที่ยังเป็นเด็กเชื่อว่าหลายคนอาจไม่ทราบว่าเต่านั้นมีทั้งสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่บนบก อาศัยในน้ำจืด และอาศัยอยู่ในน้ำทะเล อย่างเต่าตนุที่เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกันในวันนี้ เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์เต่าที่อาศัยอยู่ในท้องทะเล พวกเขามีวิถีชีวิตที่น่าสนใจ แถมเมื่อโตเต็มวัยยังสามารถมีน้ำหนักสูงสุดได้มากกว่า 130 กิโลกรัมเลยทีเดียว ถือว่ามีน้ำหนักตัวไม่แพ้เต่าบกขนาดใหญ่เลยทีเดียว พวกเขาจะน่าสนใจขนาดไหนและสถานการณ์ของพวกเขาในตอนนี้เป็นอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบมาให้ ไปติดตามกันได้เลย

ติดตามเรื่องราวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เพิ่มเติมได้ที่นี่ 

ทำความรู้จักกับเต่าตนุ สัตว์อายุยืนที่มีวิถีชีวิตน่าสนใจ

เต่าตนุ

หากพูดถึงสัตว์ทะเลที่เป็นมิตรและเป็นขวัญใจของเหล่านักดำน้ำมากที่สุด หลายคนคงนึกถึงเต่าตนุ ถึงแม้ว่าลักษณะภายนอกของพวกเขาจะดูสุขุมและรักสันโดษ แต่จริง ๆ แล้วพวกเขาค่อนข้างเป็นมิตรและทำอันตรายกับนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด รูปลักษณ์ภายนอกของพวกเขามีความคล้ายคลึงกับเต่ากระ เพียงแต่ปากของพวกเขาจะโค้งมนไม่ได้แหลมเป็นจะงอย 

กระดองของเต่าตนุจะค่อนข้างแบนเมื่อเทียบกับเต่าที่อาศัยอยู่บนบกหรือเต่าน้ำจืด มีสีน้ำตาลแดง บริเวณขอบกระดองจะมีสีเหลืองอ่อน ลวดลายบนกระดองจะเป็นเส้นสีน้ำตาลแตกออกเป็นแฉกคล้ายกับลำแสงของดวงอาทิตย์ หากตัวไหนอยู่มานานก็จะมีสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่นเข้ามาอาศัยอยู่ด้วยอย่างสาหร่ายหรือเพรียงทะเล 

เมื่อเต่าตนุโตเต็มวัยจะสามารถมีน้ำหนักตัวได้มากกว่า 130 กิโลกรัมและมีความยาวได้ถึง 1 เมตร เกล็ดบนหัวด้านหน้าจะมี 1 คู่ เกล็ดบนกระดองแถวข้างจะมี 4 เกร็ด ลักษณะของขอบเกล็ดจะเชื่อมต่อกัน มีสีสันที่สวยงาม แขนขาจะเป็นทรงแบน ๆ เพื่อให้สามารถเคลื่อนที่บนทรายได้อย่างสะดวกและสามารถว่ายน้ำได้อย่างรวดเร็ว

วิถีชีวิต 

เต่าตนุ

พวกเขาเป็นสัตว์ทะเลที่ไม่มีพิษมีภัย เพราะเต่าตนุเป็นเต่าเพียงสายพันธุ์เดียวเท่านั้นที่กินพืชเป็นหลัก เมื่อเติบโตขึ้นพวกเขาจะกินสาหร่ายและหญ้าทะเลเป็นอาหาร ในขณะที่ตอนยังเป็นเด็กพวกเขาสามารถกินได้ทั้งพืชและสัตว์เป็นอาหาร แต่เมื่อโตขึ้นแล้วก็จะหยุดการกินสัตว์ไปโดยปริยาย ถือว่าเป็นพฤติกรรมการกินของสัตว์ที่ค่อนข้างแตกต่างจากสัตว์สายพันธุ์อื่นอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว 

สถานที่อยู่อาศัย 

สัตว์เลื้อยคลานอย่างเต่าตนุสามารถพบได้เป็นจำนวนมากในแถบอ่าวไทย ตามจังหวัดต่าง ๆ ในภาคใต้ของประเทศไทย และพบได้บ้างในฝั่งทะเลอันดามัน แต่แหล่งวางไข่ส่วนใหญ่จะอยู่ในฝั่งอ่าวไทยมากกว่า พบได้ในเกาะครามจังหวัดชลบุรี บางครั้งก็พบที่จังหวัดพังงาและจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นชายทะเลฝั่งตะวันตก รวมถึงหมู่เกาะสิมิลันและหมู่เกาะสุรินทร์ แต่จากการสำรวจพบว่า ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาจำนวนประชากรเต่าตนุในประเทศไทยลดลงจนเหลือต่ำกว่า 100 ตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

การขยายพันธุ์ 

เต่าตนุ

หนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจของเต่าตนุ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่กำลังจะสูญพันธุ์ไปจากโลกใบนี้ทุกทีก็คือ การขยายพันธุ์และการวางไข่นั่นเอง ในช่วงแรกเกิดเมื่อฟักออกมาจากไข่ พวกเขาจะคลานบนทรายเพื่อกลับคืนสู่ท้องทะเล หลังจากนั้นก็จะออกเดินทางไปหาอาหารและผจญภัยเป็นระยะทางที่ไกลลิ่ว แต่เมื่อผสมพันธุ์เรียบร้อยแล้ว พวกเขาจะว่ายน้ำกลับมายังชายหาดที่พวกเขาเคยฟักตัวออกจากไข่ เพื่อวางไข่อีกครั้ง

เต่าตนุจะผสมพันธุ์กันทุก ๆ 2 ปี เมื่อผสมพันธุ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว เต่าตัวเมียจะวางไข่ประมาณ 100 ฟองขึ้นไป โดยขุดทรายบนชายหาดให้เป็นหลุม วางไข่ แล้วกลบไว้เช่นเดิม ก่อนจะกลับคืนสู่ทะเล หลังจากเวลาผ่านไป 2 เดือน ลูกเต่าก็จะฟักออกมาจากไข่และเดินออกมาบนชายหาดเพื่อกลับสู่ทะเล ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงมากที่สุด เพราะเป็นช่วงเวลาที่พวกเขามักจะกลายเป็นอาหารของเหล่าฉลาม ปู นกนางนวล รวมถึงปลานักล่าอื่น ๆ

เต่าตนุ สัตว์ที่ต้องเผชิญกับทั้งศัตรูตามธรรมชาติและมนุษย์จนเสี่ยงสูญพันธุ์

เต่าตนุ

ในปัจจุบัน เต่าตนุ ถือว่าเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่มีสถานการณ์ค่อนข้างน่ากังวล เนื่องจากจำนวนประชากรของพวกเขาลดลงไปอย่างน่าใจหาย สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยของพวกเขาถูกทำลายและถูกบุกรุก บ้างก็ประสบอุบัติเหตุจากวิถีชีวิตของมนุษย์อย่างเช่น การโดนใบพัดเรือ การไปติดอวนหรือแหของชาวประมง 

ยังไม่รวมไปถึงศัตรูตามธรรมชาติอย่างนกนางนวล ฉลาม ปลากะรัง หรือปู ทำให้ไม่ว่าจะวางไข่มากแค่ไหน แต่สุดท้ายอัตราการรอดชีวิตก็มีเพียงแค่ 1% เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ทั่วโลกจึงพยายามอย่างหนักเพื่ออนุรักษ์และดูแลเต่าตนุอย่างใกล้ชิด 

อย่างในประเทศไทยก็มีการปิดชายหาดในช่วงเวลาที่เต่าวางไข่ ในประเทศมาเลเซียมีการปิดเกาะเพื่ออนุรักษ์เต่านับร้อยตัวและเป็นการอนุรักษ์แนวปะการังไปด้วย ถึงขั้นที่มีประกาศปิดรีสอร์ทและให้พวกเขาย้ายออกจากเกาะถึง 5 แห่ง

และถึงแม้ว่าเต่าตนุจะไม่ใช่สัตว์ที่มนุษย์นิยมล่า แต่ด้วยวิถีชีวิตของมนุษย์ที่คุกคามวิถีชีวิตของบรรดาเต่าทั้งหลาย มันจึงกลายเป็นความรับผิดชอบของมนุษย์ที่จะต้องอนุรักษ์พวกเขา ให้คงอยู่สืบไปในธรรมชาติให้สำเร็จ 

ติดตามเรื่องราวอื่น ๆ เกี่ยวกับสัตว์โลกแสนรู้ได้ที่ Animalkingdom.me

บทความที่เกี่ยวข้อง

Leave a Comment